สาวๆต้องรู้ตกขาวมีกี่แบบ+ 6 วิธีป้องกันการตกขาวด้วยตัวเอง

ตกขาว เป็นปัญหาที่ผู้หญิงทุกคนเริ่มเจอมักจะเป็นกันมากในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ตอนเด็กอาจจะมีไม่มากจะมากขึ้นตอนวัยรุ่นหนุ่มสาวและจะค่อยน้อยหายไปเมื่อเข้าสู่วัยชรา  แต่ว่าสำหรับบางคนที่มีอาการตกขาวมาก กลิ่นรุนแรง คัน มักจะกังวลและตามแบบหญิงไทยมักจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอาย ซึ่งทำให้ปล่อยไปรักษาถูกบ้างผิดบ้าง เกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ บางคนเกิดความกลัวว่าจะเกิดโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือปล่าวยิ่งทำให้เครียดกันไปใหญ่ จำเป็นค่ะที่เราต้องรู้เข้าใจเรื่องโรคตกขาวให้ถูกต้องซะที  ก่อนที่เราจะได้โรคเครียดแล้วนำไปสู่โรคอื่นๆเพราะอย่างที่รู้กันความเครียดทำให้เกิดอนุมูลอิสระสาเหตุของโรคต่างๆตามมาค่ะ

โรคตกขาว หรืออาการตกขาวนี้ มีด้วยกัน 2 แบบค่ะ สรุปจากสาเหตุ

ตกขาวแบบปกติ  โดย หมอนพพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศศึกษา (จากบทความในวิกิพิเดีย) เขียนบอกเอาไว้ว่า

ตกขาวปกติ มีลักษณะตกขาวจะเป็นมูกใสหรือคล้ายแป้งเปียก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่คัน ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น จะไม่ปวดท้อง หรือปวดแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ เป็นต้น ตกขาวชนิดนี้มักเกิดขึ้นเป็นปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางรอบเดือนหรือก่อนมีประจำเดือนมา ไม่ต้องรักษา เว้นแต่คนที่มีตกขาวติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีปริมาณมากผิดปกติ

ดังนั้นตกขาวแบบปกตินี้เป็นกันทุกคนอยู่แล้วค่ะ จะมากน้อยแตกต่างกัน ไม่ต้องกังวลอะไรมาก ตกขาวปกติ จะช่วยหล่อลื่นช่องคลอด ช่วยขับสิ่งแปลกปลอม ฆ่าเชื้อโรคที่เข้าไปในช่องคลอด และปรับสภาพความเป็นกรดด่างในช่องคลอดให้สมดุล สรุปง่ายๆว่าตกขาวปกติจะช่วยปรับร่างกายให้เข้าที่เข้าทางให้สมดุลขับสิ่งไม่ดีออกจากช่องคลอดค่ะ

ตกขาวแบบผิดปกติ คือตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อ ทั้งเชื้อรา,เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้ออื่นๆ

ตกขาวจากเชื้อราไม่ใช่โรคติดต่อ บางคนไม่ทราบอาจจะเข้าใจผิดเป็นกังวลได้ ตกขาวที่สาเหตุมาจากเชื้อ ทำให้เกิดอาการคัน มีกลิ่นเหม็น  รำคาญใจเป็นที่สุด นี่แหละที่เรียกกันว่า ตกขาวคัน สังเกตุได้จากตกขาวจะคล้ายแป้งเปียกแห้งๆ อาจมีปัสสาวะขัดหรือมีผื่นแดงๆ บริเวณปากช่องคลอดหรือขาหนีบ

สาเหตุก็มักจะมาจากการอบชื้น ทำให้เกิดเชื้อรา เช่น ใส่เสื้อผ้าที่ไม่สะอาดชื้น กางเกงที่ระบายอากาศไม่ดี ใส่กางเกงรัดแน่นเกินไปซึ่งสมัยนี้นิยมกันมาก ระวังจะเป็นเชื้อราเอาได้ง่ายๆค่ะ นอกจากนี้เนื่องจากบ้านเราอากาศร้อน จึงทำให้อับชื้นได้ง่าย และมีโอกาสเป็นมากกว่าคนปกติคือผู้หญิงที่อ้วนเพราะจะบีบรัดแน่นกว่าคนผอมหรือหุ่นปกติค่ะ

ตกขาว

ตกขาว

 

การรักษาตกขาวจากเชื้อราหรือตกขาวคัน ใช้ยาเหน็บช่องคลอด หรือยากินฆ่าเชื้อแต่ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรด้วย

สำหรับบางคนที่กังวลมากๆว่า ตกขาวจะเป็นอันตรายไหม เรามีคำแนะนำจากแพทย์มาให้อ่านค่ะ โดย รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ ภาควิชาสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยท่านเขียนไว้ในบทความในเว็บไซต์ si.mahidol.ac.th  ว่า

“โรคนี้มีอันตรายไหม” เป็นคำถามยอดฮิต บางคนกลัวว่าถ้าเป็นตกขาวบ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็ง คุณแม่ที่ตั้งครรภ์กลัวว่าจะทำให้ลูกพิการ ไม่เป็นอย่างที่คิดครับ โรคนี้ไม่มีอันตรายเช่นนั้น เพียงแต่ทำให้คุณทรมานจากอาการคันเท่านั้นเอง ยิ่งถ้าไปเกามันมาก ๆ อาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อตามมา ก็ยิ่งทรมานเพิ่มขึ้นอีก

แต่สำหรับคนที่มีอาการตกขาวเยอะ มีสีที่แปลกไป อาจจะเป็นตกขาวสีเหลือง ตกขาวสีเขียว หรือสีอื่นๆ ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมาก ก็ควรรีบรักษาปรึกษาแพทย์นะคะ ปล่อยไว้เป็นกังวลกับตัวเราเองเปล่าๆ

คงหายกังวลกันขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ !!

ตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สังเกตุจาก ลักษณะตกขาวจะมีสีผิดไปจากเดิมแต่ไม่คันและไม่มีฟองอาจจะมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย

ตกขาวที่เกิดจากเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มักจะเป็นกับคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆหรือคู่นอนไปมีเพศสัมพันธุ์คนอื่นๆ การป้องกันรักษาปรึกษาแพทย์และรีบรักษาทันทีจะดีที่สุดค่ะ ถ้าไม่มั่นใจควรป้องกันสวมถุงยางอนามัยดีที่สุดเวลามีเพศสัมพันธุ์

 

กางเกงรัดติ้ว

กางเกงรัดติ้ว ทำให้อับชื้นได้

6 วิธีป้องกันการตกขาวด้วยตัวเอง

  1. อย่าใส่กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไป (สมัยนี้ยิ่งชอบแบบรัดๆซะด้วย ที่แบบกางเกงเสมอหูยิ่งชอบซะงั้น)
  2. อย่าปล่อยให้ช่องคลอดชื้นแฉะ ต้องทำให้สะอาดและแห้งเสมอ 
  3. เมื่อรู้สึกว่าปากช่องคลอดชื้นแฉะหรือไม่สบายควรทำความสะอาดทันที หรือเช็ดให้แห้ง
  4. ไม่ควรปิดผ้าอนามัยแบบบางถ้าไม่จำเป็นคู่นอนหลายคน
  5. อย่าอ้วย! เหมือนจะง่ายค่ะข้อนี้แต่ขอบอก ยากสุดเลย
  6. อย่าเปลียนหรือหรือมีคู่นอนหลายคน ข้อนี้ยิ่งสำคัญคุณอาจจะไม่เป็นแค่ตกขาวค่ะ โรคอื่นอันตรายกว่าเยอะ เอาง่ายๆว่ารักเดียวใจเดียวอย่ามีกิ๊กดีที่สุดเลยจ้า

อ่านถึงตรงนี้แล้ว ตกขาว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดใช่ไหมคะ เพียงเราต้องดูแล รักษา และป้องกันให้ถูกเท่านั้นเอง เพราะปัญหานี้ยังไงก็คงมีอยู่กับสาวๆไปจนจะหายสาวเลยค่ะ ทางที่ดีที่สุด คือดูแลรักษาด้วยตัวเอง เพราะหมอที่รู้ปัญหาที่ดีที่สุดคือตัวเราจริงไหมคะ

ขอบคุณ วิพิกิเดีย, si.mahidol.ac.th ภาพจาก ตกขาว.net

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *