น้ำมันปลาโอเมก้า 3 ลดความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

น้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า-3 เป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ผู้คนนิยมซื้อหามารับประทาน ด้วยความตั้งใจที่จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด  โดยความเชื่อเรื่องนี้เริ่มแพร่หลายและเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนั้นมีหลักฐานทางการแพทย์ว่า การเพิ่มปริมาณโอเมกา-3, EPA และ DHA ทั้งจากอาหารและอาหารเสริม มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด แม้จะไม่มีใครสามารถอธิบายเหตุผลอย่างละเอียดได้ก็ตาม

ซึ่งผลของการทานน้ำมันปลาที่เคยมีรายงาน คือ การลดลงของไขมันประเภทไตร กลีเซอไรด์ที่เป็นสาเหตุของโรคเส้นเลือดอุดตัน และการลดลงของความดันโลหิตรวมถึงความเสถียรของอัตราการเต้นของหัวใจ

แต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยชาวเกาหลีได้ทำการทดลองกับกลุ่มผู้เข้าร่วมกว่า 20,000 คน และพบว่าสารโอเมกา-3 ไม่มีผลต่อการเกิดโรคหัวใจและอัตราการเสียชีวิตและจากการวิจัยล่าสุดของทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีซพบว่า ได้ยืนยันว่าน้ำมันปลาไม่ได้มีสรรพคุณเกี่ยวกับการบำรุงหัวใจหรือหลอดเลือดดังที่ผู้คนเข้าใจกัน

โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ซึ่งนำโดย นายโมเซฟ อีลิเซฟ จากมหาวิทยาลัยโลนนินา ได้ตีพิมพ์ผลวิจัยในวารสาร สมาคมการแพทย์อเมริกัน เปิดเผยว่า น้ำมันชนิดนี้ไม่มีผลช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ อาการหัวใจล้มเหลวและโรคหลอดเลือด

นายโมเซฟ กล่าวว่า หลังจากทีมได้ทำการทดลองกับผู้เข้าร่วมจำนวนกว่า 68,000 คน โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับน้ำมันปลาในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบอาหารเสริมและจากอาหารทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดของผู้เข้าทดลองไม่แตกต่างจากคนปกติที่ไม่ได้รับน้ำมันปลาแต่อย่างใด

“ผลการทดลองนี้จะได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำมันปลาไม่มีส่วนช่วยใดๆ ต่อการลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงไม่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านั้นด้วยเช่นกัน” นายโมเซฟ กล่าว

ในความสับสนที่เกิดขึ้นนี้ ศาสตราจารย์อลิส ลิคเทนสไตล์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการ โภชนาการโรคหัวใจและหลอดเลือด มหาวิทยาลัยบอสตัน อธิบายว่า ความเชื่อเรื่องน้ำมันปลานั้นมีที่มาจากข้อเท็จจริงว่าผู้ที่บริโภคปลาปริมาณมากและเป็นประจำจะป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่าปกติ  ส่งผลให้มีการสกัดสารอาหาร เช่น โอเมกา-3 และ DHA ซึ่งพบในปลาออกมาผลิตเป็นอาหารเสริมเพื่อหวังผลในการบำบัดรักษาโรค แต่จากการทดลองใหม่นี้ทำให้นักโภชนาการและแพทย์ต้องเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการสกัดและใช้สารอาหารจากวัตถุดิบมาผลิตเป็นอาหารเสริม โดยอาจจะต้องมองในภาพรวมมากยิ่งขึ้น เพราะเห็นได้ว่าการรับประทานสารอาหารเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถให้ผลด้านการรักษาได้ โดยมีความเป็นไปได้ว่าประโยชน์ที่เกิดจากการรับประทานปลา จะเป็นผลของสารอาหารหลายชนิดที่ทำงานร่วมกันมากกว่าสารใดสารหนึ่งโดยเฉพาะ

 

“ดังนั้น ผู้ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพจึงควรหันมารับประทานปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และทานอาหารที่อุดมด้วยธัญพืชและผัก พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะให้ผลที่ดีกว่าการรับประทานอาหารเสริม” ศาสตราจารย์อลิส กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

เรียบเรียบโดย Takree.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *