วิธีคุมกำเนิดสำหรับสาวยุคใหม่

การวางแผนครอบครัว ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้การดำเนินชีวิตครอบครัวเป็นไปอย่างรอบคอบ และทำให้ชีวิตไม่ติดขัด  แต่ถ้าหากเรายังไม่พร้อมก็ควรจะรู้จักป้องกันตัวเอง ซึ่งปัจจุบันการคุมกำเนิดก็มีมากมายหลายแบบให้เลือกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด,การนับวันหน้า 7 หลัง 7, การสวมถุงยางอนามัย,พลาสเตอร์คุมกำเนิด,ห่วงสอดช่องคลอด,ฝังยาคุมกำเนิด,การฉีดยาคุมกำเนิด,ห่วงอนามัย ซึ่งมีหลากหลายวิธีให้เลือก จึงนำเกร็ดความรู้ข้อมูลและอธิบายวิธีคุมกำเนิดในแต่ละอย่างมาให้สาวๆที่ขี้สงสัยได้รู้ชัดแจ๋มแจ้งกันมากขึ้นค่ะ

ยาเม็ดคุมกำเนิด

เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ง่าย และทำได้ด้วยตัวเอง แค่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดตามคำแนะนำวิธีใช้ ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง ซึ่งยาเม็ดคุมกำเนิดจะแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน คือ ชนิดแผง 21 เม็ด จะทานหลังประจำเดือนหมดวันแรก และชนิดแผง 28 เม็ด จะทานระหว่างวันที่ 1 – 5 ของหลังหมดประจำเดือน และยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน เป็นยาคุมกำเนิดที่ใช้ทานหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งแพทย์ไม่นิยมให้ใช้ นอกจะจำเป็นจริง ๆ เนื่องจากมีผลข้างเคียงในระยะยาว

การนับวันหน้า 7 หลัง 7

เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ โดยอาศัยการนับระยะปลอดภัยของการตกไข่ของผู้หญิง ซึ่งหากมีเพศสัมพันธ์กันในช่วงเวลานี้จะไม่ทำให้ตั้งท้อง ซึ่งวิธีการนับหน้า 7 หมายถึง 7 วันก่อนที่ประจำเดือนจะมา แล้วก็ 7 วันหลัง หมายถึง 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีประจำเดือนวันแรก นั่นคือระยะปลอดภัย เหมาะกับผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาตรงเวลา ไม่เสี่ยงต่อการคลาดเคลื่อนได้

การสวมถุงยางอนามัย

การสวมถุงยางอนามัยในปัจจุบัน มีทั้งแบบของผู้ชาย และของผู้หญิง ใช้สวมก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยคุมกำเนิด นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ จากการมีเพศสัมพันธ์ได้ด้วยค่ะ

พลาสเตอร์คุมกำเนิด

ที่ปิดบริเวณหน้าท้อง หรือท้องแขน ต้องติดครบ 3 สัปดาห์ ถึงค่อยแกะออกแล้วแปะแผ่นใหม่หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์

ห่วงสอดช่องคลอด

สอดไว้ในช่องคลอดเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ถอดออกและใส่ห่วงใหม่หลังจากนั้น 1 สัปดาห์

ฝังยาคุมกำเนิด

หรือพูดง่าย ๆ ว่า “ยาฝัง” โดยหมอจะฝังตัวยาอิมพลานอนไว้ที่ใต้ท้องแขน 1 หลอด ซึ่งจะคุมได้ 3 ปี

การฉีดยาคุมกำเนิด

ถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากฉีดครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้ 3 เดือน เหมาะกับผู้หญิงที่มีลูกแล้ว เพราะหากหยุดการให้ยา ต้องรออีก 6 – 12 เดือน ถึงจะมีลูกได้ค่ะ

ห่วงอนามัย

หรือพูดกันสั้น ๆ ว่า ใส่ห่วง ซึ่งหมอจะเป็นผู้ใส่ โดยมี 2 แบบคือ แบบคอปเปอร์ที ใส่ครั้งเดียวคุมได้ถึง 10 ปี แต่ถ้าเป็นแบบมัลติโหลดจะคุมได้แค่ 3 ปีเท่านั้น

ใช้แถบตรวจปัสสาวะ

เพื่อดูแถบสี ถ้าผลปัสสาวะออกมาเป็นสีแดง ก็แสดงว่าอยู่ในช่วงอันตราย แต่ถ้าผลตรวจปัสสาวะเป็นสีเขียว แสดงว่าปลอดภัย

เรียบเรียงข้อมูลโดย  Takree.com

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.womanstoryonline.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *