วิธีสังเกตุว่าตั้งท้องหรือไม่(อาการตั้งท้อง)

วิธีสังเกต อาการคนท้อง หรือจะสังเกตุว่าตัวเองตั้งท้องได้อย่างไร วันนี้เรานำบทความดีๆมาฝากกันค่ะ ว่าเราจะสังเกตุได้อย่างไรว่าท้องหรือไม่ ถ้าจะให้แน่ใจต้องซื้อชุดตรวจครรภืมาตรวจดูน่าจะเป็นวิธีการที่จะทำให้คลายข้อข้องใจ และไม่ต้องเป็นกังวลใดๆทำให้เสียสุขภาพได้ และถ้าจะให้มั่นใจที่สุดพบแพทย์ จะได้เตรีมการได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าตรวจเองแล้วยังไม่มั่นใจเราก็สามารถสังเกตุอาการร่วมว่าต้องท้องหรือไม่ดังนี้

อาการและอาการแสดงที่สงสัยว่าจะตั้งครรภ์

1. การขาดประจำเดือน สำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาเป็นปกติทุกเดือนแต่อยู่ๆประจำเดือนขาดหายไป เมื่อถึงกำหนดควร
มาก็ไม่มาเหมือนที่เคยเป็น จุดนี้ให้สงสัยเอาไว้ก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าประจำเดือนขาดแล้วจะตั้งครรภ์ทุกรายเสมอไปอาจเกิด
จากสาเหตุอื่นก็ได้

2. มีอาการคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ส่วนใหญ่อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ1-3เดือนและจะเกิดขึ้นใน
ตอนเช้าหลังตื่นนอนใหม่ๆที่เรียกกันว่า “แพ้ท้อง”หรือ”Morning sickness” แต่สตรีตั้งครรภ์บางคนก็อาจไม่มีอาการนี้

3. มีการเปลี่ยนแปลงของเต้านม เต้านมขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ลานนมกว้าง หัวนมมีสีคล้ำและรู้สึกเจ็บที่หัวนม สตรีบางคนอาจมีน้ำนมสีเหลืองๆซึมออกมาจากหัวนมเล็กน้อยได้ ไม่ถือว่าผิดปกติ

4. มีอาการปัสสาวะบ่อย เนื่องจากมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้นและไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะโดยตรง เป็นเหตุให้ปัสสาวะบ่อย
โดยไม่มีอาการแสบขัดแต่อย่างใด เป็นเรื่องปกติของคนท้องเช่นกัน

5. มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เนื่องจากร่างการมีการเผาผลาญมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นและเอาแต่นอนเหมือนคนขี้เกียจ

6. มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง โดยเพิ่มการสร้างPigmentation ของผิวหนังมากขึ้น ทำให้ใบหน้า คอ รักแร้ อวัยวะเพศ
มีสีคล้ำไม่ขาวผ่องเหมือนเคย นอกจากนี้เส้นที่กลางท้องจะมีสีคล้ำ เรียกว่า Striae

7. อาจมีความรู้สึกเหมือนมีเด็กดิ้นตุ๊บๆอยู่ในท้องเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ4-5 เดือน เป็นต้นไป

8. สตรีตั้งครรภ์มักมีอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย ใจน้อย อยู่เป็นประจำเมื่อสตรีสังเกตตนเองแล้วว่ามีอาการเหล่านี้คงจะเกิด
ความสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าตั้งครรภ์หรือไม่

อาการและอาการแสดงดังต่อไปนี้จะช่วยตอกย้ำความสงสัยได้ว่า “น่าจะตั้งครรภ์แล้ว” ได้แก่

1. หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น เมื่อตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนไปแล้วมดลูกจะค่อยๆโตขึ้นพ้นกระดูกหัวหน่าวจะคลำพบก้อนนูน ๆ เหนือหัวหน่าวในตอนเช้า
2. อาจมีการหดรัดตัวของมดลูกเป็นบางครั้ง มักสังเกตได้เมื่อตั้งครรภ์ 4 เดือนไปแล้ว
3. ใช้แถบตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ จะได้ผลเป็นบวก
4. คลำทางหน้าท้องจะพบมดลูกโตเป็นก้อน มีขอบเขตของทารกชัดเจนมากขึ้น ใช้มือจับมดลูกโยกเบาๆจะรู้สึกได้ว่าทารกลอยอยู่ในถุงน้ำคร่ำ โดยเฉพาะในสตรีครรภ์แรก หรือสตรีที่มีผนังหน้าท้องบาง

อาการทั้งหมดเหล่านี้ค่อนข้างเชื่อถือได้ว่า น่าจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้ว ควรเตรียมตัวไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์โดย
ไม่รอช้า เมื่อไปพบแพทย์ตรวจ จะพบว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแน่นนอน เมื่อตรวจพบดังต่อไปนี้

1. ตรวจพบการเต้นของหัวใจทารก ซึ่งปกติจะฟังเสียงหัวใจทารกทางหน้าท้องมารดาได้ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 4 เดือนเป็นต้นไป ในอัตรา 120-160 ครั้ง/นาที
2. ตรวจพบการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ เมื่อเอามือสัมผัสบริเวณหน้าท้องของสตรีตั้งครรภ์จะพบทารกดิ้นตุ๊บๆ เมื่อตั้งครรภ์ได้4-5 เดือนเป็นต้นไป ลักษณะนี้เรียกว่า”ลูกดิ้น”
3. ถ้าตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือ อัลตร้าซาวน์ ก็จะพบตัวทารกชัดเจนแล้วส่วนใหญ่สตรีที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุกเดือน และเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์แล้วควรมาพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ เพราะการฝากครรภ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่และลูกน้อย เพื่อจะได้ตั้งครรภ์อย่างมีความสุข และมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งมารดาและทารก

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก info.muslimthaipost.com

One Response to วิธีสังเกตุว่าตั้งท้องหรือไม่(อาการตั้งท้อง)

  1. บอลวันนี้ พูดว่า:

    Thanks for sharing such a nice thinking, article is pleasant, thats why i
    have read it fully

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *