สธ.เอาจริง จับคลินิกเสริมจมูกโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ เตือนก่อนทำควรสอบถามเช็คข้อมูลให้แน่ใจก่อน

สธ. โดย อย. ร่วมกับ สบส. และตำรวจ บก.ปคบ. ตรวจจับคลินิกเสริมจมูกให้คนไข้   โดยบุคคลที่ผ่าตัดไม่ใช่แพทย์ แจ้งข้อหามีโทษทั้งจำทั้งปรับ พร้อมเตือนหญิงสาวควรไตร่ตรองสอบถาม ทุกครั้งว่าซิลิโคนหรือยาฉีดที่ใช้มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และหากจะทำศัลยกรรมใดๆ ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น             นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการเข้มงวดกับคลินิก ทั้งคลินิกเถื่อน และคลินิกที่ไม่มีแพทย์อยู่ประจำในเวลาทำการ จึงได้นำทีมเจ้าหน้าที่ อย. ภายใต้การอำนวยการของ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุขเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และตำรวจ บก.ปคบ. นำทีมโดย พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ผกก.4 บก.ปคบ.,และ  พ.ต.ท.กำพล วงษ์สงวน สว.กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกันกวาดล้างคลินิก สถานพยาบาลที่ไม่มีแพทย์อยู่ประจำในเวลาทำการ และแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นสยามคลินิก เลขที่ 431/3 ซ.เพชรบุรี 7 ถ.เพชรบุรี แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ  จากการตรวจสอบพบว่า สยามคลินิก ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมายโดยมีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลเลขที่ 10101007445 มี พล.ต..ผดุง ศัตรูลี้ เป็นผู้รับอนุญาตและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว.2827 คลินิกเปิดดำเนินการมากกว่า 20 ปี เป็นสถานเสริมความงามตรวจรักษาโรคทั่วไป ศัลยกรรมตกแต่ง เปิดให้บริการตั้งแต่ 12.30-15.30 น. ในวันนี้มีผู้มารอใช้บริการจำนวน 10 คน เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายเข้าไปเสริมจมูก ปรากฏว่าผู้กระทำการผ่าตัดไม่ใช่ พล.ต.ผดุง ศัตรูลี้ แต่กลับเป็นผู้ช่วยแพทย์เป็นผู้กระทำการผ่าตัดแทน และยังพบอีกว่าซิลิโคนที่ใช้เสริมจมูกอยู่ในลักษณะเปล่าเปลือย ไม่มีกล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ ไม่สามารถรู้ที่มาที่ไปว่าขออนุญาตถูกต้องหรือไม่  นอกจากนี้ยังเปิดคลินิกเกินเวลาที่ขออนุญาตทำการอีกด้วย

ส่วนของการดำเนินคดีในเบื้องต้นแจ้งข้อหาดังนี้

1. ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

2.    ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.เปิดคลินิกเกินเวลาที่ได้ขออนุญาตทำการ

นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้พบว่าสาวไทยส่วนใหญ่ชอบที่จะเข้ารับบริการ  เสริมความงามตามคลินิกหรือสถานเสริมความงามที่มีอยู่มากมายมากขึ้น โดยเฉพาะการเสริมจมูกด้วยการใช้ซิลิโคน และมีการฉีดโบท็อกซ์อย่างแพร่หลาย  จึงขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะสาวๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ให้ระวังการเข้ารับบริการ หากจำเป็นต้องการที่จะใช้ยาฉีด ควรคำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุดโดยควรเลือกฉีดในคลินิกที่มีแพทย์เชี่ยวชาญประจำอยู่ ที่สำคัญ ควรสอบถามและขอดูตัวยาที่ใช้ว่ามีการขออนุญาตขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจาก อย. หรือไม่ เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพมาตรฐาน  หากฉีดยากับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์  หรือใช้ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และสถานที่ฉีดยาไม่น่าเชื่อถือ  ผลที่ได้อาจไม่คุ้ม เพราะหากเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เช่น เกิดอาการอับเสบ การแพ้ต่าง ๆ

กรณีที่ประชาชนเกิดความสงสัยแพทย์ที่ตนไปรับการรักษา ว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาโทรศัพท์ 02-590-1888 ต่อ 310 และ 320 ได้ทุกวันในเวลาราชการ หรือสามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์ www.tmc.or.th โดยเข้าไปในส่วนของบริการประชาชนซึ่งนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ให้สถานพยาบาลหรือคลินิกต่างๆ ติดรูปผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ไว้ที่บริเวณด้านหน้าคลินิกด้วยหรือแจ้งร้องเรียนได้ที่  ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ชั้น 1 ตึก อย.หรือสายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.thหรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุขจ.นนทบุรี  หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่พบการกระทำผิดนั้นๆ นอกจากนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่ บก.ปคบ. ตู้ ปณ. 459 ปณศ. สามเสนใน พญาไท  กทม. 10400 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *