หลายคนอาจจะไม่รู้ “วุ้นตาเสื่อม”

ระวัง! วุ้นตาเสื่อม ในการประชุมวิชาการประจำปีของราชวิทยาลัยจักษุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 100 ซึ่งจัดระหว่างศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางโรคจอตา โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี และชมรมจอตา ราชวิทยาลัยจักษุแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวถึงปัญหาจอตาขาดและหลุดลอกว่า โรคจอตาขาดและหลุดลอกเกิดจากความเสื่อมของน้ำวุ้นตาที่แนบอยู่กับจอตา ทำให้น้ำวุ้นตาดึงจอตาจนเกิดรอยฉีกขาดและหลุดลอก จนมีอาการเห็นเป็นม่านค่อยๆ ตกลงมาบัง การมองเห็น ซึ่งระยะแรกจะเห็นเป็นม่านบางๆ ก่อนและจะเริ่มมีความหนามากขึ้น และอาจเห็นแสงฟ้าแลบเข้ามาเป็นระยะๆ เหมือนการฉายแฟลชเข้าดวงตา ซึ่งความถี่ในการเห็นแสงฟ้าแลบนั้นมีจำนวนครั้งไม่แน่นอน บางรายอาจเกิดชั่วโมงละครั้ง แต่หากทิ้งไว้นานความถี่ของการเกิดจะมากขึ้น

ในปี 2555 พบผู้ป่วยกลุ่มนี้ประมาณ 4,213 ราย อัตราการป่วยอยู่ที่ 1 ต่อ 10,000 ราย หรือ 7,000-8,000 รายต่อปี ส่วนมากมักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางดวงตา ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดตามาก่อน เช่น ผ่าตัดต้อกระจก และผู้ที่มีสายตาสั้นมากกว่า 7 ไดออปเตอร์ (700) ขึ้นไป เพราะเป็น กลุ่มที่มีโอกาสเกิดความเสื่อมของน้ำวุ้นตามากกว่าคนปกติ ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคจอตาขาดและหลุดลอกมากกว่า จึงควรหมั่นพบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อขยายม่านตาตรวจจอประสาทตา

เพราะบางรายอาจเกิดอาการจอตาขาดโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากขาดแล้วแต่ยังไม่หลุดลอก ซึ่งจะยังมองเห็นได้อยู่ แต่หากหลุดลอกและไม่รีบทำการรักษาจะส่งผลให้ตาบอดได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *