เครื่องมือแพทย์โตรับอานิสงส์ธุรกิจความงาม

เครื่องมือแพทย์เพื่อความงามโตรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ฟิลเทคชี้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ดันคลินิกปรับตัวเจาะเซ็กเมนต์เฉพาะทาง จับกลุ่มลูกค้าชัดเจน คาดปีหน้ากลุ่มยกกระชับ-เส้นผมชายมาแรง คลินิกแห่ออร์เดอร์หุ่นยนต์ปลูกผม เผยเตรียมเข้าตลาดหุ้นกลางปีหน้าเล็งระดมทุนตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือพื้นฐานการแพทย์
นายอนุวัตร เลิศพิทักษ์สุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ (1994) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวกับความงามและไลฟ์สไตล์ของคนมีการเติบโตขึ้นมาก สอดคล้องกับทิศทางของตลาด ซึ่งปัจจุบันตลาดที่เกี่ยวกับความงามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเทรนด์ดังกล่าวได้ขยายตัวไปยังกลุ่มคนที่มีอายุน้อยลงมากขึ้น โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ยกกระชับ จากเดิมที่เป็นคนสูงอายุ บวกกับแนวโน้มประชากรผู้สูงอายุมากขึ้นและจะกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ

ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ทำให้ทิศทางในอนาคตของคลินิกความงามต่าง ๆต้องมีการปรับตัวให้มีมาตรฐาน และชูความเชี่ยวชาญที่เฉพาะทางมากขึ้น อาทิ ความงามบนใบหน้า ผม รูปร่าง ฯลฯ และต้องมีบริการที่ดีเพื่อทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

“ผู้บริโภคจะเลือกคลินิกที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น การลงทุนด้านนี้ถ้าใครจะเข้ามาเล่นต้องมีจุดขาย มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน เช่น จะจับกลุ่มวัยทำงานก็ต้องจับกลุ่มนี้ไปเลย และจากนี้คลินิกที่ทำหมดทุกอย่างหรือที่อยู่ในตลาดล่างจะล้มหายไปหรือไม่มีการเติบโต”

ทั้งนี้ ยอดการสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์จากคลินิกและโรงพยาบาลต่าง ๆ ในปีหน้ามีแนวโน้มว่ากลุ่มที่เกี่ยวกับเส้นผมและกลุ่มยกกระชับจะมาแรง โดยบริษัทคาดว่าจะมียอดขายจากหุ่นยนต์ปลูกผมไม่ต่ำกว่า

6 เครื่อง เครื่องละ 17 ล้านบาท เนื่องจากผู้ชายในยุคนี้มีการใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น บวกกับปัญหาเส้นผมเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่ผู้ชายมีความกังวล รวมถึงเครื่องมือการบำบัดที่สามารถใช้ที่บ้านได้ก็มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น จากการที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน

นายอนุวัตรยังกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะส่งผลในปีหน้า เนื่องจากบริษัททำธุรกิจแบบ Business to Business หรือการค้าระหว่างหน่วยงานธุรกิจกับหน่วยธุรกิจ กับคลินิกและโรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับผู้บริโภค จึงทำให้

ผลกระทบอาจจะช้ากว่าภาคธุรกิจที่เป็น Business to Consumer หรือการค้าโดยตรงกับลูกค้า ทำให้บริษัทคาดการณ์การเติบโตในปี 2557 ไว้ที่ประมาณ 10% หรือยอดขาย 360-370 ล้านบาท ในขณะที่

ปีนี้มีการเติบโตจากปีที่แล้วถึง 50% โดยคาดว่าจะมียอดขายสิ้นปีที่ 330 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมตัวเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2-3 ปีหน้า โดยจำนวนเงินที่ได้จากการลงทุนจะนำมาใช้ในการจัดตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์พื้นฐาน เช่น เตียงผ่าตัดคนไข้ รถเข็นคนไข้ ฯลฯ รวมถึงการทำตลาดเครื่องมือแพทย์ในกลุ่มดูแลผู้สูงอายุต่อเนื่อง และสำรองไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน กับการขยายกิจการไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

“โดยมาตรการในขณะนี้ได้ตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนาขึ้นภายใต้งบฯดำเนินงาน 1 ล้านบาท เพื่อจัดทำเครื่องต้นแบบ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2558 จะสามารถสรุปได้ว่าบริษัทจะผลิตเครื่องมืออะไรเพื่อนำมาจำหน่ายบ้าง และในอนาคตก็จะใช้งบฯจำนวน 2-5% ของยอดขายเพื่อค้นคว้าและวิจัยอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ บริษัทฟิลเทคได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ โดยเริ่มต้นจากกลุ่มเครื่องมือตา เครื่องมือความงาม เครื่องมือกายภาพบำบัด ล่าสุดในปีนี้ได้ขยายไลน์ไปยังเครื่องมือสัตวแพทย์ เนื่องจากเล็งเห็นว่าพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเป็นโสดมากขึ้น จึงต้องการมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจ และกล้าใช้จ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงของตน

ขอบคุณที่มาของข่าว ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *