เตือน “ร้อยไหม” เสี่ยงเนื้องอก พังผืดยึดทำหน้าผิดรูป

แพทย์ผิวหนังเตือนหนุ่มสาวนิยม”ร้อยไหมทอง”เชื่อว่าสามารถลดความหย่อนคล้อย และกระชับใบหน้าให้เต่งตึง ขาวใส แต่เสี่ยงเนื้องอก หน้าผิดรูป ชี้หากป่วยหนักมีโอกาสพลาดเข้าเครื่อง”เอ็มอาร์ไอ” เพราะโลหะปนเปื้อนร่างกาย

พญ.วิไล ธนสารอักษร อาจารย์พิเศษหน่วยโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มที่รักสวยรักงามหันมานิยมใช้วิธีร้อยไหมบนใบหน้า เพื่อลดความหย่อนคล้อย และกระชับใบหน้าให้เต่งตึง โดยเฉพาะการร้อยไหมทอง

“ที่ผ่านมา เคยมีเคสคนไข้รายหนึ่ง ยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมทองจากคลินิกแห่งหนึ่ง แต่ผลที่ได้ไม่เป็นที่พอใจ จึงเปลี่ยนคลินิกใหม่ โดยคลินิกที่สองไม่ทราบมาก่อนว่าเคยผ่านการร้อยไหมทอง จึงสั่งให้ทำเลเซอร์ ส่งผลให้เนื้อทองละลายออกที่ใบหน้า จนเสียแนวดึงรั้ง สุดท้ายใบหน้าหย่อนคล้อยกว่าเดิม และผิดรูปจนต้องซ่อมรูปหน้าใหม่ จึงขอเตือนคนที่คิดจะยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมทอง ให้พิจารณาความจำเป็น” พญ.วิไลกล่าว และว่า นอกจากนี้ ผู้ที่ร้อยไหมทอง หากเกิดเจ็บป่วยและจำเป็นต้องเข้าตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI : Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งเป็นเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ในการตรวจวินิจฉัยรอยโรค ก็จะไม่สามารถเข้าเครื่องตรวจชนิดนี้ได้ เพราะผู้เข้าตรวจจะต้องถอดโลหะออกจากร่างกายทั้งหมด และทองก็ถือเป็นโลหะชนิดหนึ่ง

พญ.วิไลกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกับแพทย์เอกซเรย์ในกลุ่มโรงเรียนแพทย์ว่า ควรมีการเพิ่มเช็กลิสต์โลหะก่อนเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอด้วยการระบุเจาะจงว่า ผู้เข้ารับการตรวจเคยผ่านการทำร้อยไหมทองมาหรือไม่ เพื่อช่วยกระตุ้นความจำของผู้ป่วยบางรายที่เคยทำมาก่อน แต่อาจหลงลืม และว่าในอนาคตการเพิ่มเช็กลิสต์นี้จะให้ใช้เป็นมาตรฐานกับสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนทุกแห่ง

“การร้อยไหมทองไม่สามารถแก้ไขหรือเอาออกได้ เนื่องจากทองถูกพังผืดยึดเอาไว้ หากดึงออกจะทำให้ผิวบุ๋มจนหน้าเสียโฉม ทั้งนี้ การร้อยไหมถาวรก็ถือเป็นอันตราย เพราะจะก่อให้เกิดเนื้องอกของสิ่งแปลกปลอม เพราะรูปหน้าคนมีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที การร้อยไหมถาวร หากวันหน้ามีการหย่อนคล้อยก็ต้องแก้ไปเรื่อยๆ สิ่งแปลกปลอมจะสะสมมากขึ้นจนกลายเป็นเนื้องอก” พญ.วิไลกล่าว

ด้าน นพ.สว่าง อัมพรพันธ์ กรรมการผู้จัดการด็อกเตอร์ ยังเกอร์ คลินิก กล่าวว่า วัยรุ่นเชื่อว่ายิ่งร้อยไหมจะยิ่งทำให้ผิวขาวใส และกระชับ ถือเป็นความเข้าที่ไม่ถูกต้อง เพราะการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ใบหน้าก่อให้เกิดการทำร้ายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดแผลเป็นและพังผืด หากมีจำนวนมากอาจดึงรั้งผิวจนหน้าบุบหรือผิดรูป ที่สำคัญไหมทองยังไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *