แพทย์เตือนโรคไวรัสตับอักเสบบีอันตรายกว่าเอดส์ 100 เท่า

 โรคไวรัสตับอักเสบบีแพร่เชื้อง่ายและไม่แสดงอาการจนระยะสุดท้าย กลายเป็นโรคตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งตับ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ร้ายแรงกว่าโรคเอดส์ที่สามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้ ก็จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ

โรคไวรัสตับอักเสบบีสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ง่ายและไม่แสดงอาการ จะแสดงอาการในระยะสุดท้าย เมื่อไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัย จะกลายเป็นโรคที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เช่น ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ ซึ่งร้ายแรงกว่าโรคเอดส์ที่ผู้ติดเชื้อหากสามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้ ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตระหนักถึงปัญหาโรคไวรัสตับอักเสบ จึงกำหนดจัดโครงการ “วันตับอักเสบโลก” ภายใต้งาน “รู้ทันภัยร้าย ห่างไกลโรคตับ” เพื่อรณรงค์ให้มีการป้องกันและดูแลรักษาโรคไวรัสตับอักเสบอย่างถูกต้อง

รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของโครงการ เกิดจากการพบว่าคนภาคอีสานเป็นโรคไวรัสตับอักเสบจำนวนมาก คิดเป็น 10-15 % ของจำนวนคนอีสานในพื้นที่ทั้งหมด แบ่งเป็น โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี 10% โรคไวรัสตับอับเสบชนิดซี 5% ซึ่งโรคไวรัสตับอักเสบนี้ หากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นโรคแข็งตับ และโรคมะเร็งตับ ในที่สุด ประมาณการได้ว่าคนภาคอีสาน 22 ล้านคน เป็นโรคไวรัสตับอักเสบ 3 แสนคน และกลายโรคตับอักเสบเรื้อรังจนเสียชีวิต ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคนต่อปี นอกจากนี้ โรคตับอักเสบเรื้อรัง ยังสามารถเกิดจากผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบ จากสาเหตุอื่นนอกจากการติดเชื้อไวรัส เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การได้รับสารพิษ ความอ้วน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เล็งเห็นความสำคัญด้านสุขภาพของคนอีสาน จึงเกิดโครงการนี้ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ความรู้คนอีสาน ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น ช่วยลดอัตราการติดเชื้อและลดอัตราการอักเสบในผู้ป่วยโรคตับอักเสบได้ แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการนี้ได้แบบอย่างมาจากประเทศไต้หวัน ซึ่งเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ประเทศไต้หวันมีอัตราการติดเชื้อโรคตับอักเสบ 10-15% ใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก แต่ปัจจุบันประเทศไต้หวันสามารถลดอัตราการติดเชื้อเหลือเพียง 1% เท่านั้น
โรคไวรัสตับอักเสบมีทั้งหมด 5 ชนิด คือ ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบดี  และไวรัสตับอักเสบอี แต่ชนิดที่ก่อให้เกิดไวรัสตับตับเอกเรื้อรังก็คือ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และไวรัสตับอักเสบดี โดยที่ ไวรัสตับอักเสบดี ไม่พบเจอในประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องรณรงค์ โรคไวรัสตับอักเสบบี และโรคไวรัสตับอักเสบซี แบบบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี คือ การติดต่อจากแม่สู่ลูก โดยผู้ป่วยไม่รู้ตัวเองจึงไม่ได้รับการรักษา จึงทำให้โรคแพร่กระจายภายในเครือญาติ นอกจากการติดต่อจากแม่สู่ลูกแล้ว ยังสามารถติดต่อกันทางเลือด น้ำคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ และการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนโรคไวรัสตับอักเสบซี ปัจจุบันพบว่าสาเหตุสำคัญคือ การติดเชื้อทางเข็ม โดยการสักลวดลายบนผิวหนังและการฉีดยา เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบแล้ว ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการอะไร จนถึงระยะสุดท้าย ผู้ป่วยอาจเกิดอาการตับวายและเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันและดูแลรักษา

ควรตรวจเช็คหากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภายในเครือญาติพบผู้ป่วยโรคตับอักเสบหรือมะเร็งตับ เคยเป็นโรคตัวเหลืองตาเหลือง หรือ บุคลากรในโรงพยาบาล รวมไปถึง นักศึกษาพยาบาล แพทย์ สาธารณสุข ที่มีโอกาสปนเปื้อนเลือด หรือแม้กระทั่งการเข้ารับบริการทำฟัน เครื่องมืออาจไม่สะอาด จากนั้นฉีดวัคซีนป้องกันเมื่อพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงสูง และควรหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงสารเคมีและสารพิษต่างๆ ควบคุมน้ำหนัก กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ กล่าวต่อว่า “โครงการ “วันตับอักเสบโลก” จะเป็นการลงพื้นที่ 12 จังหวัดในเขตภาคอีสาน โดยทีมคณะแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากร จากโรงพยาบาลเครือข่ายความร่วมมือ 12 แห่ง ไปให้ความรู้ในเรื่องโรคตับอักเสบ และผู้ป่วยจริงมาถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากโรคดังกล่าว นอกจากนี้ภายในงานยังมีการตรวจตับฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งการตรวจตับในโรงพยาบาลทั่วไปจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท พร้อมคู่มือการดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลโรคตับ สำหรับผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และไม่สามารถใช้สิทธิ์รักษาอื่นได้ สามารถขึ้นทะเบียนขอรับยาฟรีได้ภายในงาน ซึ่งเป็นยาที่มาจากโครงการวิจัยและการบริจาค เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคม”
  

จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ตามวัน เวลาและสถานที่ ดังนี้
วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลหนองคาย ณ ห้องประชุมชื่นระวิวรรณ
วันที่ 28 มิถุนายน 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลชัยภูมิ ณ ห้องลีลาวดีโรงแรมสยามริเวอร์รีสอร์ท
วันที่ 4 กรกฏาคม 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลอุดร ณ ห้องประชุมชั้น7ตึกอำนวยการ
วันที่ 19 กรกฏาคม 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลค่ายพระพุทธยอดฟ้า ณ ห้องประชุมค่ายประเสริฐสงคราม
วันที่ 28 กรกฏาคม 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นและโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ณ ห้องประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกฉียงเหนือ
วันที่ 5 สิงหาคม 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลสุรินทร์ (สถานที่ยังไม่กำหนด)
วันที่ 10 กันยายน 2556 เวลา 8.30 น. เครือข่ายโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติอาคารผู้ป่วยนอก ชั้น 5
(กำหนดการยังไม่ครบ รอดำเนินการ)
โดยวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 ตรงกับวันตับอักเสบโลก World Hepatitis Day 2013 ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กำหนดจัดงาน ณ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ภายในงานมีการตรวจตับฟรี การให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับ และการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรังและโรคมะเร็งตับ ผู้ที่สนใจสามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหาทางด้านสุขภาพ ได้ที่ 087-4274093 043-366558 Facebook ชมรมรักษ์ตับ Email: isanlivercare@gmail.com

ที่มาของข่าว :http://www.kku.ac.th/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *