โสมและประโยชน์ของโสม 8 ประการ

โสมเกาหลี

โสม (Ginseng) สรรพคุณมากมาย   ว่ากันว่าคือ ราชันย์ แห่งมวลสมุนไพร และโสมที่ดีที่สุดในโลกก็ต้อง โสมเกาหลี ถึงจะเปี่ยมด้วยสรรพคุณทางยาและที่สำคัญต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม   โสม เป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับ และขนานนามมานับพันปีว่า “เป็นราชาแห่งมวลสมุนไพร” ที่อุดมด้วยคุณค่าทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาสุขภาพ ปัจจุบัน โสมได้ถูกนำมาพัฒนา คัดสรรสายพันธุ์ให้มีคุณภาพ และเพาะปลูกในเชิงการค้า โดยทำการแปรรูปเป็นโสมในรูปแบบต่าง ๆ ที่สะดวกในการใช้และการเก็บรักษา

ภูมิประเทศ ที่เหมาะสมแก่การเติบโตของโสม คือ ประเทศเกาหลี บริเวณเส้นขนาดที่ 33o – 48o ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโสมที่ได้รับการยอมรับ และขนานนามว่า “ ดีที่สุดในโลก ”
Saponin คือ สารประกอบสำคัญใน โสม มีหน้าที่ขับถ่ายสารพิษ ทำความสะอาดโลหิต และหลอดเลือด มีคุณสมบัติละลายในน้ำ และน้ำมัน ทำให้เกิดฟองมาก เช่นเดียวกับหลักการทำงานของสบู่ในการชำระล้างความสกปรกต่าง ๆ

คุณลักษณะ สำคัญที่กำหนด คุณภาพของโสมเกาหลี

ต้องมาจากรากโสมคุณภาพเกรด A อายุ 6 ปี ซึ่งเป็นโสมที่มีส่วนประกอบของสารที่ออกฤทธิ์อย่างเพียงพอ

วิธีการแปรสภาพรากโสมสดจากธรรมชาติ มาเป็นรูปแบบโสมสำเร็จรูปพร้อมใช้บริโภคนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึง คือ การควบคุมอุณหภูมิ และแรงดัน ที่ต้องใช้อุณหภูมิ และแรงดันที่ต่ำ เพราะจะไม่ทำลายองค์ประกอบของสารสรรพคุณในรากโสม อีกทั้งยังเป็นการรักษา กลิ่น และรสชาติที่เป็นธรรมชาติของรากโสมจากธรรมชาติอีกด้วย

ความทันสมัยของ เทคโนโลยี และความปลอดภัยจากการปนเปื้อนสิ่งมีพิษต่าง ๆ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนของการเตรียมการเพาะปลูก การดูแลรักษาในช่วงการเติบโตของโสม การเก็บเกี่ยว การเคลื่อนย้าย ขบวนการแปรรูป การบรรจุ และการจัดจำหน่าย เป็นต้น
แพนแน็กซ์ จินเซ็ง เป็นชื่อทางพฤษศาสตร์ของโสมเอเซีย ซึ่งนักพฤกษาศาสตร์ และนักสำรวจ คาร์ล แอนตัน เมเยอร์ เป็นผู้ที่ตั้งชื่อนี้ โสมเป็นพืชในตระกูลพืชขนาดเล็กที่มีชื่อว่า อาราเลียซี ซึ่งเป็นพืชที่มีลักษณะเป็นฟันปลาห้าใบเรียงอยู่เหนือก้านที่ตรงยาว ซึ่งมีความยาวประมาณ ตั้งแต่ 20 – 80 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของต้นโสม ต้นโสมที่มีอายุมากอาจมีก้านสองก้าน หรืออาจมากกว่านั้น พอต้นโสมเริ่มมีอายุสองถึงสามปีก็จะเริ่มมีดอก และกลายเป็นผลสีแดง

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์คือ ส่วนที่อยู่ลึกลงไปในดิน หรือเรียกว่ารากโสม ซึ่งมีลักษณะอวบหนาคล้ายแครอท สีเหลือง มีหนวด หรือรากฝอยรุงรัง และส่วนบนสุดของรากโสมคือ คอหรือหัวราก ซึ่งมีรอยหยัก โดยที่แต่ละหยักจะบ่งบอกถึงอายุของรากโสมในแต่ละปี โสมเป็นพืชที่ผลัดใบปีละครั้ง และปัจจุบันโสมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว มีเพียงแต่โสมที่ได้จากการเพาะปลุกตามพื้นที่ต่าง ๆ เท่านั้น
ปฏิกิริยา ของโสมเกาหลี

 

จากการรายงานทางคลินิก และห้องทดลอง

ประโยชน์ของโสม 8 ประการ

  1. ต่อต้านความเครียดคุณสมบัติต่อต้านความเครียดของโสม (Antistress effect) ช่วยปรับสภาพร่างกาย และจิตใจให้ทนต่อความกดดันจากภายนอก ปกติร่างกายของคนเรามีกลไกการปรับสภาพต่อความเครียดได้ในระดับหนึ่ง โดยฮอร์โมน ACTH จากต่อมใต้สมองจะเป็นตัวป้องกัน และต่อต้านความเครียด โดยเร่งขบวนการเผาผลาญอาหารต่าง ๆ เพื่อปลดปล่อยพลังออกมาต่อต้านความเครียด
  2. ต่อต้านความชราขบวนการเผาผลาญไขมันเพื่อให้ร่างกายเกิดพลัง ที่เรียกว่า Lipid oxidation นั้นอนุมูลอิสระที่สลายตัวจากอ๊อกซิเจนจะเป็นตัวทำละลายเนื้อเยื่อของอวัยวะ ต่าง ๆ ให้เสื่อมสลายลง อันเป็นสาเหตุหนึ่งของความแก่ โสมสามารถทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจน ช่วยให้เนื้อเยื่อเสื่อมช้าลงประกอบกับคุณสมบัติเป็นตัวปรับสภาพให้ร่างกาย และจิตใจ มีความทนทานต่อความกดดันซึ่งช่วยลดขบวนการของความแก่ ดังนั้นโสมจึงช่วยให้ชะลอความแก่ลงได้
  3. ช่วยในการพักฟื้น จากการศึกษาวิจัยที่พบว่าโสมสามารถต่อต้านโรค และอันตรายจากรังสี และสารที่เป็นพิษต่าง ๆ อย่างได้ผล เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย อันเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนบางชนิดช่วยเร่งสร้างเม็ดเลือดแดง ต่อต้านโรคเลือดจากผลในการเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย และผลในการต่อต้านความเครียด ที่ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น จึงเป็นผลช่วยให้คนไข้ในระหว่างพักฟื้นหายจากความเจ็บป่วยได้เร็ว
  4. ระบบไหลเวียนของเลือด โสมจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ของเม็ดเลือดแดง และปริมาณของฮีโมโกลบิน โดยที่โสมมีความเกี่ยวพันกับต่อมเนื้อโต (Adrenal the cortex) อย่างใกล้ชิด โสมจึงลด (Acidophi blood cells) ในการไหลเวียนของโลหิตอย่างมากในการใช้เป็นระยะเวลานาน ๆ
  5. ระบบภูมิคุ้มกัน พบว่าโสมสกัดสามารถทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น นักวิจัยได้ทำการตรวจวิเคราะห์ ปฏิกิริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน ผลปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับโสมสกัดมีปฏิกิริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวต่อสารเคมีสูงขึ้น มีอัตราการทำลายจุลินทรีย์ หรืออนุภาคแปลกปลอมต่างๆ ของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น จำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte ทั้งหมดสูงขึ้น และจำนวน ที-เซลล์ และ เอ็นเค-เซลล์ เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลทำให้ร่างกายสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ได้สูงขึ้น
  6. สมรรถภาพทางเพศ ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าโสมเป็นตัวกระตุ้นกำหนดทางเพศ แต่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ได้ว่า โสมไม่ได้ให้ฮอร์โมนทางเพศเปลี่ยนแปลงเลย  การที่โสมช่วยให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น เป็นผลจากคุณสมบัติที่ทำให้สุขภาพจิต และสมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้น
  7. เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย คุณสมบัติต่อต้านความเมื่อยล้าของโสม (Antifatigue effect) ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพขณะทำงาน หรือออกกำลังกาย สารพลังงาน เอ.ที.พี และไกลโคเจนในกล้ามเนื้อถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเกิดกรดแลคติคเพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยล้า
  8. ระบบประสาทส่วนกลาง Ginsenoside Rg  มีคุณสมบัติกระตุ้นประสาทส่วนกลางให้ตื่นตัว แต่เป็นการออกฤทธิ์ที่แตกต่างจากยาจำพวกแอมเฟตตามีน (ยาบ้า) จึงไม่ทำให้กระทบกระเทือนต่อการนอนหลับตามปกติ ส่วน Ginsenoside Rb และ Ginsenoside Rc ออกฤทธิ์เกี่ยวกับการระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด โสมจึงมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางโดยเป็นทั้งตัวช่วยให้ประสาทตื่นตัว และระงับประสาท

โสมที่ดีที่สุดในโลกคงรู้กันว่าคือ โสมเกาหลี บำรุงร่างกายสารพัด แบบนี้ต้องลองหามาทานกันดูจ้า ของเขาดีจริง

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


1 + 7 =

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>