7 เรื่องดูแลผิวที่คิดว่ารู้…แต่รู้มาแบบผิด ๆ

แน่นอนค่ะว่าผู้หญิงอย่างเรา ไม่มีใครอยากจะหยุดสวยแน่นอน จึงสรรหาเคล็ดลับต่างๆเพื่อมาดูแลความงามทั่วทั้งเรือนร่างของคุณ เริ่มตั้งแต่การขัดผิวไปจนถึงเรื่องง่าย ๆ อย่างการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ สาวๆบางคนอาจคิดว่าวิธีการดูแลที่รู้ๆมาอาจจะทำถูกวิธีแล้ว แต่ที่รู้มาเราอาจจะปฏิบัติผิดวิธีก็ได้นะ!

 งั้นลองมาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณเข้าข่ายข้อไหนบ้าง แล้วก็รีบเอาทางออกในการดูแลความงามที่ถูกต้องจากเราไปปรับปรุงตัวเสียใหม่เพื่อสุขภาพและความงามที่ถูกวิธีค่ะ

 

1. พยายามขัดลอกผิวที่เป็นสิว

สิวไม่ใช่ปัญหาเรื่องสุขอนามัย แต่เป็นเรื่องของฮอร์โมน เพราะฉะนั้นการทำความสะอาดผิวมากเกินไปจึงไม่สามารถกำจัดสิวได้ แต่อาจเป็นสาเหตุให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินมากขึ้น อันสามารถทำให้สิวยิ่งปะทุหนักขึ้นไปอีกก็ได้ ดังนั้น แทนที่จะพยายามขัดลอกผิวที่เป็นสิวได้ง่ายของคุณ หันมาทำความสะอาดมันอย่างอ่อนโยนด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดความสกปรก โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง และถ้าคุณก็ยังรู้สึกอยากจะใช้สครับอยู่ดี ก็อย่าใช้มันมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดขัดแบบกลม ๆ ที่ไม่หยาบหรือกระด้าง เพราะเม็ดขัดที่ค่อนข้างหยาบสามารถทำให้ผิวระคายเคืองจนถึงจุดที่ทำให้มันเริ่มผลิตน้ำมันส่วนเกินมากขึ้นไปอีกได้

 

2. ทาครีมกันแดดเพียงวันละครั้ง และคิดเองว่าพอแล้ว

ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของผู้หญิงในเรื่องการปกป้องแสงแดดก็คือ การไว้ใจครีมกันแดดที่ระบุบนฉลากว่า “ปกป้องตลอดทั้งวัน” เพราะความจริงก็คือ ไม่มีครีมกันแดดใดที่คงทนได้นานเกินกว่า 4 ชั่วโมง คุณกำลังหลอกตัวเองถ้าคุณคิดว่าสามารถทาครีมกันแดดเพียงครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ตลอดวัน การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำยิ่งสำคัญมากขึ้นด้วย ถ้าคุณใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินเอ กรดเอเอชเอ หรือบีเอชเอ หรือไปลอกหน้าด้วยสารเคมี เพราะทั้งหมดนี้สามารถทำให้ผิวไวต่อรังสียูวีมากขึ้น ทางออกไปใช่เพียงแต่ละเป็นการใช้ครีมกันแดดบ่อยขึ้น แต่ต้องทาให้มากขึ้นด้วย เพราะครีมกันแดดที่ระบุว่ามี SPF30 แต่เมื่อทาเป็นชั้นบาง ๆ มันจะให้การปกป้องแก่คุณเพียงแค่ส่วนเสี้ยวของตัวเลขที่ระบุไว้เท่านั้น

 

3. หลงเชื่อในส่วนผสมสุดวิเศษจนเกินไป

คนเรามักจะอยากลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพราะพวกเขาคิดเอาเองโดยอัตโนมัติว่ามันจะดีกว่าสิ่งที่พวกเขากำลังใช้อยู่ แต่จงระวังที่จะไม่ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากจนเกินไป และถ้าคุณอยากลองอะไรใหม่ ๆ ก็ต้องให้เวลาผิวของคุณได้มีปฏิกิริยากับมันเสียก่อนที่จะตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผลหรือไม่ นั่นหมายความถึงการสังเกตผิวของคุณ ใส่ใจความรู้สึกของผิว รวมถึงดูว่าสภาพอากาศในที่ซึ่งคุณอาศัยอยู่ (ไม่ว่าอากาศจะชื้นหรือแห้ง) มีผลอย่างไรต่อผิวของคุณ อย่าใช้เงินจำนวนมากไปกับผลิตภัณฑ์ที่พวกคุณไม่ต้องการ เพราะมีความคิดผิด ๆ ว่าผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งจะช่วยจัดการกับปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับกาลเวลาได้ ราวกับใช้เวทมนตร์ หรือพูดอีกอย่างก็คือระมัดระวังให้ดีก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมอะไรใหม่ ๆ

 

4. ไม่อ่านฉลากบนผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดพอ

การอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ บนฉลากผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะถ้าคุณมีผิวมันหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวหรือมีอาการแพ้ได้ง่าย และมันเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่จะมองหาสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในผลิตภัณฑ์แต่ละอย่าง เช่น น้ำมันทีทรี และน้ำมันจากถั่ว ซึ่งอาจมาจากธรรมชาติ แต่ก็ยังสามารถอุดตันรูขุมขนคุณได้อยู่ดี ลองเปลี่ยนมามองหามอยส์เจอไรเซอร์ครีมกันแดด และรองพื้นที่มีคำว่า “ปราศจากน้ำมัน (Oil-Fiee)” หรือ “ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic)” แทน ถ้าคุณไม่แน่ใจในประเภทผิวและผลิตภัณฑ์ที่ควรใช้ ลองปรึกษากับแพทย์ดู

 

5. ละเลยผิวตั้งแต่ช่วงคอลงมา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแขนขาที่มีผิวหยาบกร้านราวกับผิวจระเข้นั้นไม่ชวนมอง แต่นั่นเป็นเหตุผลที่มากกว่าเรื่องความสวยงามในการเอาใจใส่ดูแลเรือนร่างของคุณ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เพราะผิวคือปราการที่ออกแบบเพื่อป้องกันเชื้อโรค เมื่อผิวแห้งเกินไป และเกิดอาการคัน การเกาก็อาจทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดการติดเชื้อได้ การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอ เมื่ออาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ทาครีมลงบนผิวที่ยังชื้น ๆ เพื่อตรึงเอาความชุ่มชื้นไว้ในผิวเป็นประจำทุกวัน และคุณต้องจริงจังกับการดูแลผิวกายพอ ๆ กับที่ดูแลผิวหน้า นั่นหมายความถึงการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน การตรวจดูไฝในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย การทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน และการขัดลอกผิวเป็นประจำ

 

6. แกะสิว

มันเป็นความลับเล็ก ๆ ของแทบจะทุกคน นั่นก็คือการไม่สามารถห้ามใจที่จะไม่คุ้ยแคะแกะเกาสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าได้ ถึงแม้นี่จะเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในการดูแลผิวก็ว่าได้ มันเป็นนิสัยที่แก้ได้ค่อนข้างยาก แต่คุณต้องรู้ให้ได้ว่าเวลาไหนและที่ไหนซึ่งคุณมักจะชอบแกะเกาผิวแล้วแก้ไขให้ได้ นั่นอาจหมายถึงการโยนกระจกขยายทิ้งไป หรือเอาหลอดไฟแรงเทียนต่ำ ๆ มาติดในห้องน้ำ เพื่อที่จะได้ไม่เห็นรอยสิวที่เย้ายวนใจให้แกะ หรือบางทีคุณอาจแค่ต้องการเตือนตัวเองว่า การคุ้ยแคะแกะเกาผิวแม้แต่นิดเดียว คุณก็อาจทำให้เกิดรอยแผลที่จะอยู่บนใบหน้าไปอย่างน้อยก็อีกสองสัปดาห์ (หรือเกิดแผลเป็นไปตลอดกาล) ซึ่งเมื่อเทียบกับการปล่อยสิวไว้ โดยไม่แตะต้อง มันก็จะจางหายไปในราวหนึ่งสัปดาห์เท่านั่นเอง

 

7. คิดไปเองว่า…ยิ่งมากยิ่งดี

“ยิ่งมากยิ่งดี” อาจใช้ได้กับของอย่างเช่น ครีมกันแดดหรือการกินผัก แต่ในเรื่องการดูแลผิวแล้ว มันเป็นเรื่องจริงว่า “ยิ่งน้อยยิ่งดี” มากกว่า อย่างเช่นผู้หญิงที่ไปหาแพทย์เนื่องมาจากรอยดำบนใบหน้า แล้วแพทย์ให้ครีมไปทารอยดำเหล่านั้นวันละหนึ่งครั้ง แต่เธอกลับลงเอยด้วยการเกิดรอยแดงและผิวลอก เนื่องจากทายาที่ได้รับไปวันละหลายครั้ง เพราะคิดว่ามันได้ผลดียิ่งกว่า แต่สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าก็คือ ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุบนฉลากว่า “วันละครั้ง” คุณจะมีปัญหาแน่ถ้าใช้มากกว่านั้น หรืออาจทำให้ผิวแย่ลงไปด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นการทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองมากขึ้น

 

และที่เป็นจริงเช่นกันก็คือ การใช้ผลิตภัณฑ์หลายอย่างมากไปในครั้งเดียวเพียงเพราะเรตินเอและกรดไฮดร็อกซี่ให้ผลที่ดีต่อผิว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรเริ่มชโลมมันลงบนผิววันละหลาย ๆ ครั้ง หรือแม้แต่ทุกวัน!

 

7 เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว (เพราะฉะนั้นก็ทำต่อไป)

 

1. การดื่มน้ำเยอะ ๆ การดื่มน้ำแก้วละ 8 ออนช์ อย่างน้อยวันละ 8 แก้วทุกวัน จะทำให้ผิวชุ่มชื้นและสุขภาพดี

 

2. การหยุดใช้สบู่กับผิวหน้า เคลนเซอร์ไม่เหมือนกับสบู่ส่วนใหญ่ เพราะมันออกแบบมาไม่ให้กำจัดน้ำมันออกจากผิวจนสิ้นเชิง

 

3. การล้างหน้าทั้งเช้าและเย็น การล้างหน้าในตอนเช้าเป็นการเริ่มต้นวันอย่างสดใส และในตอนกลางคืนก็เป็นการกำจัด สิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่จะอุดตันรูขุมขน น้ำมัน และเครื่องสำอาง

 

4. การเริ่มใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ผิวทุกประเภทล้วนได้ผลดีจากการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทั้งสิ้น

 

5. การใช้อายครีม มันไม่เคยสายเกินไปที่จะต่อสู้กับสัญญาณความร่วงโรยของผิวบอบบางรอบดวงตา

 

6. การเริ่มชะลอกระบวนการความร่วงโรยของผิว มันมีหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้ เพื่อลดริ้วรอย อย่างเช่น การทาครีมกันแดดและลงทุนใช้ครีมแอนตี้เอจจิ้งดี ๆ

 

7. การใช้เมคอัพที่มีสารกันแดด ถึงแม้เมคอัพที่มีสารกันแดดจะไม่ได้ให้การปกป้องอย่างเต็มที่ แต่รองพื้น แป้ง และลิปสติกที่มีสารกันแดดก็ช่วยเพิ่มการปกป้องให้คุณได้

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือLisa Vol.13 No.24 27 มิถุนายน 2555

เรียบเรียงโดย Takree.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *