โพลพบ ปชช.มีเซ็กซ์กับคนไม่ใช่แฟนแบบไร้ถุง 29% หวั่นเอดส์พุ่ง

โพลพบ ปชช.มีเซ็กซ์กับคนไม่ใช่แฟนแบบไร้ถุง 29% หวั่นเอดส์พุ่ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ภก.เชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคเอดส์เป็นโรคติดต่อที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสเอชไอวี ช่องทางหลักการติดต่อถ่ายทอดเชื้อนี้มากที่สุดกว่าร้อยละ 84 คือทางการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่มีเชื้อในร่างกายกับบุคคลทั่วไป ทั้งระหว่างชายกับหญิง ชายกับชาย หรือหญิงกับหญิง ทั้งโดยทางช่องคลอด ทางทวารหนักและการใช้ปากกับอวัยวะเพศคู่นอนที่มีเชื้อเอชไอวี ขณะนี้โรคเอดส์ยังไม่มียารักษาให้หายขาด มีเพียงยาต้านไวรัสที่ยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อในร่างกาย และลดการเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสเท่านั้น และต้องกินยารักษาไปตลอดชีวิต

ภก.เชิดเกียรติกล่าวว่า ล่าสุดทางหน่วยงานได้จัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับเรื่องเอชไอวีและเอดส์ โดยการสำรวจทางระบบออนไลน์และสำรวจจากกลุ่มเป้าหมายในการจัดรณรงค์โรคเอดส์ ช่วงวันที่ 1-30 พฤศจิกายน จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 200 ราย พบว่า 1.ด้านพฤติกรรม ดูออกว่าคนที่มีเซ็กซ์ด้วยกันเคยมีเซ็กซ์กับคนอื่นมาก่อน ร้อยละ 52 มั่นใจว่าคู่ของตนใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เมื่อมีเซ็กซ์กับคนอื่นร้อยละ 31 มั่นใจว่าจะมีเซ็กซ์กับคนคนเดียวร้อยละ 62 เคยมีเซ็กซ์แบบสอดใส่กับคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนหรือคนรักโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 29 ปฏิเสธการมีเซ็กซ์เสี่ยงแบบไม่ป้องกันได้ตลอดทุกครั้งร้อยละ 54 มีถุงยางอนามัยเมื่อต้องการใช้ทุกสถานการณ์ร้อยละ 47 เคยใช้เข็มฉีดสารเสพติดร่วมกับผู้อื่นร้อยละ 9 และเคยไปตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 56

ภก.เชิดเกียรติกล่าวอีกว่า 2.ด้านการรักษา ทราบข้อมูลว่าปัจจุบันมียาต้านไวรัสรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ได้ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษาของคนไทยร้อยละ 73 ทราบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์ที่กินยาต้านไวรัสรักษาอย่างครบถ้วนต่อเนื่อง จะช่วยชะลอการเสียชีวิตได้ร้อยละ 83 ทราบว่าผู้ป่วยที่กินยาต้านไวรัสรักษาอยู่จะช่วยป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีไปสู่ผู้อื่นได้ร้อยละ 39
3.ด้านการรังเกียจและตีตรา พบว่าหากติดเชื้อเอชไอวีจะยอมบอกคนในครอบครัวร้อยละ 77 ผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อที่ตนรู้จักคือคนในครอบครัว เพื่อนสนิท รวมกันร้อยละ 9 เป็นคนรู้จักถึงร้อยละ 49 ถ้าทราบว่าคนที่รู้จักติดเชื้อเอชไอวีจะเดินหนีหรืออยู่ห่างๆ ร้อยละ 14 รู้สึกรังเกียจผู้ติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 2 รังเกียจผู้ป่วยเอดส์ร้อยละ 4 และถ้ามีบริการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวีฟรีจะไปตรวจทันทีร้อยละ 75

“ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในส่วนภูมิภาค ควรได้ตระหนักถึงความจำเป็นต้องขจัดปัญหาเอชไอวีและเอดส์ โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์นี้มุ่งพลิกสถานการณ์ การตอบสนองและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเร่งรัดการต่อสู้กับปัญหาเอชไอวีและเอดส์บรรลุผลให้เป็นศูนย์ สู่ 3 ต. คือ ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา” ภก.เชิดเกียรติกล่าว

ขอบคุณที่มาจาก matichon.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *