[สวยเร็ว]ฟิลเลอร์คาง ทำคางให้ยาวขึ้น สวยขึ้น

เห็นสมัยนี้สาวๆ สวยกันได้แบบเต็มที่ และที่กำลังนิยมคือแบบสวยเร็วๆไวๆกันนี่แหละ โดยตอนนี้ที่กำลังฮิตกันมากคือ การทำคางให้ยาวขึ้น บางคนอาจจะไปศัลยกรรมมาแต่อีกทางเลือกที่ตอนนี้กำลังชอบทำกันมากๆจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์คาง ทำให้คางยาวเรียวสวยขึ้น..ฮิตแบบนี้คงต้องรู้ราละเอียดกันบ้างล่ะสาวๆ เพราะความสวยไม่มีใครพอแน่ๆ  ฟิลเลอร์คาง คือ การฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic acid ซึ่ง เป็นสารโปรตีนสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มและแก้ปัญหาให้กับคางที่ ดูสั้นหรือกลมมนให้ดูอวบอิ่มเป็นทรงสวยมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับให้รูปหน้าดูกระชับและเรียวยาวเป็นทรงวีเชฟได้อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ากลมมน และคนที่ต้องการแก้ไขปัญหาคางทู่ คางเบี้ยว ให้ดูสวยคมเข้ากับรูปหน้ามากยิ่งขึ้น

สำหรับวิธีการฟิลเลอร์คางนั้น จะเริ่มต้นโดยการทาหรือแปะยาชาทิ้งไว้บริเวณคางประมาณ 30 นาที จากนั้นจึงทำการฉีดสาร Hyaluronic Acid บริเวณผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้คาง จากนั้นจึงทำการนวดหรือปั้นอย่างเบามือ เพื่อจัดรูปทรงของคางให้สวยงามและเหมาะกับรูปหน้าของแต่ละคน ใช้เวลาทั้งสิ้น 45 นาที – 1 ชั่วโมง โดยหลังจากนั้นจะสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ คางและรูปหน้าจะเรียวสวยและยาวขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน -1 ปี จะมีการยุบสลายไป

แล้ว “ฟิลเลอร์” ทำอะไรได้อีกบ้าง

ฟิลเลอร์ เป็นการฉีดเสริมส่วนที่ขาดหายไปในชั้นผิวหนัง เช่น รอยแผลเป็นขนาดเล็ก หลุมสิว ร่องแก้ม ตีนกา ให้ดูเต็มและเต่งตึงขึ้นมาได้ โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปเสริมคอลลาเจน และไฮยาลูรอนแนนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวในส่วนที่เป็นร่องลึกลงไป กลับมายืดหยุ่น เรียบเนียนเท่ากับผิวบริเวณโดยรอบได้ จึงทำให้ใบหน้าเต่งตึงอ่อนเยาว์ขึ้นมาได้อย่างไม่ต้องสงสัย และสิ่งที่ทำให้ฟิลเลอร์น่าสนใจไปกว่านั้น คือมันยังใช้ในการเสริมจมูก เสริมแก้มตอบ เสริมคาง และเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มอีกด้วย งานนี้ก็เลยทำให้สาว ๆ สนใจ เพราะเป็นเทคโนโลยีเดียวที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์คางจะเป็นทางเลือกความงามที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถเลือกเติมแต่งความสวยได้แบบไม่ต้องเจ็บตัวมากนัก แต่อย่างไรก็ดีการใช้สารฟิลเลอร์ในปริมาณมาก ๆ หรือไม่ได้ผ่านกระบวนการทำจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อใบหน้าได้เช่นกัน ดังนั้นหากสาว ๆ คนไหนคิดจะสวยตามเทรนด์กันแล้ว ยังไงก็อย่าลืมคำนึงความปลอดภัยของตัวเองมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยนะคะ

ขอบคุณ Kapook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *