การร้อยไหม(สวยกระชับไวจริงป่ะ)

การร้อยไหม เทคโนโลยีที่สวยเร็วไวกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เป็นทางด่วนสำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการรักษาและฟื้นฟูผิวให้กลับมากระชับเต่งตึงได้อีกครั้งเหมือนกับว่าเรากระชากวัยสาวคืนมาเลยทีเดียว แต่ว่ามันจะได้ผลจริงหรือเปล่านั้น ก่อนจจะทำเราต้องศึกษากันดูหน่อยหรือรู้เบื้องต้นก็ดี ไม่ใช่ว่าเราจะรับแต่การแนะนำของผู้ให้บริการเพราะส่วนใหญ่แล้วเขาคงจะพูดแต่ด้านดี แต่ข้อเสียต่างๆคงเก็บไว้ไม่พูดให้เราฟังหรือบอกไม่หมดเราจึงต้องควรป้องกันตัวเองก่อน

การร้อยไหม ก็คือเป็นการใช้ไหมละลายที่ใช้ในวงการแพทย์ผ่าตัดมาช่วยยกกระชับผิว โดยไหมที่ใช้กันก็คือ Polydioxanone หรือ PDO เป็นวัสดุที่สามารถละลายเองได้ภายในประมาณ 6 เดือน มักใช้เส้นไหมขนาดความยาวตั้งแต่ 2.5 – 6 เซนติเมตร จำนวนเส้นไหมที่ใช้แล้วแต่ละสภาพผิวของบุคลนั้นๆ

หลังจากร้อยไหมแล้ว

จะเป็นรอยแดงๆ เล็กน้อย และจะค่อยๆ หายไปในเวลาไม่กี่วันงดกิจกรรมที่กระทบกระเทือนต่อผิวหน้า รวมทั้งการออกกำลังกายหนักๆ

ผลของการร้อยไหม

หลังจากร้อยไหมแล้วผิวจะกลับมากระชับ เรียบเนียนขึ้นมากน้อยขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ที่ทำด้วย ถ้าไม่ชำนาญพออาจจะมีปมไหม หรือไม่เป็นอย่างที่คิดดังนั้นจึงควรหาสถานที่ร้อยไหมที่น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียง

แต่การร้อยไหมทองก็มีอันตราย

จากข่าวมิติชนออนไลน์ ก็มีแพทย์ออกมาเตือนเรื่อง การร้อยไหมทอง ลองพิจารณากันดูค่ะเรารวบรวมมาฝาก

พญ.วิไล ธนสารอักษร อาจารย์พิเศษหน่วยโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มที่รักสวยรักงามหันมานิยมใช้วิธีร้อยไหมบนใบหน้า เพื่อลดความหย่อนคล้อย และกระชับใบหน้าให้เต่งตึง โดยเฉพาะการร้อยไหมทอง

“ที่ผ่านมา เคยมีเคสคนไข้รายหนึ่ง ยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมทองจากคลินิกแห่งหนึ่ง แต่ผลที่ได้ไม่เป็นที่พอใจ จึงเปลี่ยนคลินิกใหม่ โดยคลินิกที่สองไม่ทราบมาก่อนว่าเคยผ่านการร้อยไหมทอง จึงสั่งให้ทำเลเซอร์ ส่งผลให้เนื้อทองละลายออกที่ใบหน้า จนเสียแนวดึงรั้ง สุดท้ายใบหน้าหย่อนคล้อยกว่าเดิม และผิดรูปจนต้องซ่อมรูปหน้าใหม่ จึงขอเตือนคนที่คิดจะยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมทอง ให้พิจารณาความจำเป็น” พญ.วิไลกล่าว และว่า นอกจากนี้ ผู้ที่ร้อยไหมทอง หากเกิดเจ็บป่วยและจำเป็นต้องเข้าตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI : Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งเป็นเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ในการตรวจวินิจฉัยรอยโรค ก็จะไม่สามารถเข้าเครื่องตรวจชนิดนี้ได้ เพราะผู้เข้าตรวจจะต้องถอดโลหะออกจากร่างกายทั้งหมด และทองก็ถือเป็นโลหะชนิดหนึ่ง

พญ.วิไลกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกับแพทย์เอกซเรย์ในกลุ่มโรงเรียนแพทย์ว่า ควรมีการเพิ่มเช็กลิสต์โลหะก่อนเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอด้วยการระบุเจาะจงว่า ผู้เข้ารับการตรวจเคยผ่านการทำร้อยไหมทองมาหรือไม่ เพื่อช่วยกระตุ้นความจำของผู้ป่วยบางรายที่เคยทำมาก่อน แต่อาจหลงลืม และว่าในอนาคตการเพิ่มเช็กลิสต์นี้จะให้ใช้เป็นมาตรฐานกับสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนทุกแห่ง

“การร้อยไหมทองไม่สามารถแก้ไขหรือเอาออกได้ เนื่องจากทองถูกพังผืดยึดเอาไว้ หากดึงออกจะทำให้ผิวบุ๋มจนหน้าเสียโฉม ทั้งนี้ การร้อยไหมถาวรก็ถือเป็นอันตราย เพราะจะก่อให้เกิดเนื้องอกของสิ่งแปลกปลอม เพราะรูปหน้าคนมีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที การร้อยไหมถาวร หากวันหน้ามีการหย่อนคล้อยก็ต้องแก้ไปเรื่อยๆ สิ่งแปลกปลอมจะสะสมมากขึ้นจนกลายเป็นเนื้องอก” พญ.วิไลกล่าว

ด้าน นพ.สว่าง อัมพรพันธ์ กรรมการผู้จัดการด็อกเตอร์ ยังเกอร์ คลินิก กล่าวว่า วัยรุ่นเชื่อว่ายิ่งร้อยไหมจะยิ่งทำให้ผิวขาวใส และกระชับ ถือเป็นความเข้าที่ไม่ถูกต้อง เพราะการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ใบหน้าก่อให้เกิดการทำร้ายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดแผลเป็นและพังผืด หากมีจำนวนมากอาจดึงรั้งผิวจนหน้าบุบหรือผิดรูป ที่สำคัญไหมทองยังไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ที่มาของข้อมูลข่าว matichon.co.th

ก่อนจะใช้บริการร้อยไหม ไม่ว่าจะเป็บแบบได ที่ไหน ต้องควรศึกษาอย่างละเอียดไม่กระนั้นแล้วเราอาจจะต้องเจ็บตัวฟรีหรือเสี่ยงเสียโฉมด้วย..จ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *